Google Shopping Ads คืออะไร ทำไมช่วยแบรนด์เพิ่มยอดขายสูงถึง 9 เท่า

Google Shopping Ads เป็นรูปแบบการโฆษณาสินค้าที่แบรนด์ต่าง ๆ น่าจะเป็นกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ยังอาจจะมีข้อสงสัยอยู่ว่าโฆษณา Google Shopping เนี่ย มันดีจริง ๆ ใช่ไหม ทำไมใคร ๆ ถึงบอกว่าเป็นคำตอบในการเพิ่มยอดขายสินค้าในปัจจุบัน และยังมีสถิติที่ว่า Google Shopping Ads ช่วยเพิ่ม Conversion Rate ได้สูงถึง 9 เท่า … บทความนี้เราเลยรวบรวมเอาข้อมูลทุกเรื่องที่คุณควรรู้ เกี่ยวกับโฆษณาที่เรียกว่า Google Shopping มาไว้ให้เป็นคำตอบของคุณ

Google Shopping Ads คืออะไร

Shopping Ads เป็นโฆษณาสินค้าของ Google โดยโฆษณาตัวนี้จะเน้นการแสดงผลข้อมูลสินค้าให้กับผู้ที่มีแนวโน้มจะสั่งซื้อได้เห็น โดยจะแสดง ภาพสินค้า, ราคา และชื่อร้านค้า ให้ผู้ค้นหาได้เห็นตั้งแต่เริ่มแรก ทำให้คนที่คลิกที่โฆษณา จะเป็นคนที่สนใจในตัวสินค้าจริง ๆ

นอกจากนี้โฆษณาประเภทนี้ยังมีการใช้ AI ที่เรียกว่า Smart Shopping Campiagn ซึ่งเป็นรูปแบบแคมเปญที่จะสร้างการทำงานของโฆษณาในรูปแบบ Smart Bidding ที่จะช่วยให้โฆษณาของเราเข้าถึงผู้ชมได้ถูกที่ ถูกเวลา และตรงกับคนที่ต้องการค้นหามากขึ้น

 

google shopping ads

Smart Shopping Campaign คืออะไร

Smart Shopping Campaing เป็นระบบการลงโฆษณาด้วย AI ของ Google ที่จะช่วยทำให้การลงโฆษณาของคุณง่ายขึ้น แต่ได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า Smart Shopping Campaing จะช่วยคุณสร้าง Smart Bidding เพื่อเลือกการแสดงผลโฆษณาไปถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้ตรงที่สุด โดยการเลือกคีย์เวิร์ดให้กับคุณ และยังเลือกว่าใครควรจะเป็นคนที่เห็นโฆษณาของคุณ ถึงแม้ว่าลูกค้าจะค้นหาขข้อมูลด้วยคำค้นหา (Keyword) เดียวกัน แต่หากเขาคนนั้นไม่มีแนวโน้มที่ Smart Shopping มองได้ว่าเขาจะอยากซื้อสินค้าของคุณ โฆษณาของคุณก็จะไม่แสดงผลที่เขาคนนั้น นอกจากนี้ Smart Shopping Campaign ยังช่วยคุณในการเลือกพื้นที่แสดงผลโฆษณา และทำโฆษณาในรูปแบบ Remarketing อีกด้วย

เพิ่มยอดขายอย่างยอดเยี่ยมด้วยความสามารถของ Smart Shopping campaigns

  • เพราะยอดขายคือเป้าหมายของ Smart Shopping

AI ของ Google จะประมวลผลข้อมูลและช่วยคำนวณการแสดงโฆษณาให้คุณอัตโนมัติ โดยมีเป้าหมายเดียว คือ คุณจะต้องได้รับอัตราการสั่งซื้อสูงสุด ในงบโฆษณาที่ต่ำที่สุด แน่นอนว่าคุณจะจ่ายก็ต่อเมื่อมีลูกค้าคลิกเท่านั้น

  • Smart Shopping Campaign ช่วยให้คุณเข้าถึงคนกว่าพันล้าน

ให้คุณได้โดดเด่นต่อหน้าคนกว่าพันล้านที่พร้อมจะสั่งซื้อสินค้าของคุณ ไม่ว่าพวกเค้ากำลังค้นหากูเกิล หรือกำลังดู Youtube หรือจะอ่านข่าว บล็อกคนดัง ท่องเว็บไซต์ แม้แต่ขณะที่เช็คอีเมล สินค้าของคุณก็จะไปปรากฏให้เห็นได้ในทุกที่อัตโนมัติ

  • Smart Shopping ช่วยติดตามให้กลับมาด้วย Remarketing

ระบบ Remarketing จะช่วยให้ลูกค้าบางคนที่สนใจสินค้าของคุณ เข้าเว็บดูรายละเอียดแล้วแต่ยังไม่สั่งซื้อ ณ ตอนนั้น ระบบจะบันทึกข้อมูลพร้อมติดตามลูกค้าไปยังที่ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาในตำแหน่งและเวลาที่เหมาะสม เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กลับเข้าเว็บของคุณอีกครั้ง

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Smart Shopping Campaign คลิกเลย 

 

โฆษณา Google Shopping แสดงผลที่ไหนบ้าง

พื้นที่การแสดงผลของ Google Shopping แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มพื้นที่ ตามลักษณะของโฆษณาคือ 1. กลุ่มโฆษณาที่แสดงเมื่อมีผู้ค้นหา กับ 2. กลุ่มโฆษณาที่แสดงในรูปแบบ Remarketing ซึ่งจะมีพื้นที่การแสดงผลต่าง ๆ ดังนี้

  • กลุ่มโฆษณาที่แสดงเมื่อมีผู้ค้นหา (Search Result)

การโฆษณาในรูปแบบนี้จะแสดงผลขึ้นมาเมื่อมีผู้ค้นหาด้วย Keyword ที่ตรงกับสินค้าของเรา และเขาคนนั้นมีแนวโน้มที่ Google มองว่าจะมีโอกาสซื้อสินค้าของเรา ซึ่งเขาอาจจะเคยเข้า หรือไม่เคยเข้าเว็บไซต์ของเราก็ได้ โดยจุดที่แสดงโฆษณาในรูปแบบนี้จะมี 3 จุด คือ

    • ผลลัพธ์การค้นหาใน Google Search และ Search Partners
    • ผลลัพธ์การค้นหาในแท็บ Image ของ Google Search
    • ผลลัพธ์การค้นหาในแท็บ Shopping ของ Google Search
  • กลุ่มโฆษณาที่แสดงในรูปแบบ Remarketing

โฆษณาในส่วนนี้จะแสดงผลขึ้นกับกลุ่มคนที่เคยเข้าเว็บไซต์ของเราเท่านั้น การแสดงผลในรูปแบบนี้จะเรียกว่าการทำ Remareket ซึ่งเป็นการทำโฆษณาที่ใช้ในการเรียกให้ลูกค้าเก่าได้กลับมาซื้อสินค้าของเราอีกครั้ง ทั้งนี้จุดที่โฆษณาสินค้าจะแสดงผลมีดังนี้

    • Google Display Network
    • Youtube
    • Gmail

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับพื้นที่การแสดงผลโฆษณา Google Shopping ได้ที่นี่

 

Shopping Ads ต่างจาก Google Ads ปกติอย่างไร

อีกคำถามยอดฮิตสำหรับคนโฆษณาคงจะหนีไม่พ้นที่ว่า แล้วโฆษณารูปแบบนี้ต่างจาก Google Ads อื่น ๆ อย่างไร ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่า Google Shopping ถือเป็นส่วนหนึ่งของ Google Ads แต่ใช้สำหรับจุดประสงค์ในการโฆษณาสินค้า ที่เน้นผลลัพธ์ที่ยอดอขายโดยตรง ซึ่งจะต่างกับการโฆษณาอื่น ๆ ที่ก็จะมีจุดประสงค์ในการทำแตกต่างกันเช่น Google Text Ads เป็นโฆษณาในการให้ข้อมูลของสินค้าหรือบริการ, โฆษณาบน Google Discovery ใช้ในจุดประสงค์ที่จะ Awaress ข้อมูลของสินค้าหรือบริการของเราออกไปให้มากที่สุด โดยไม่ได้มองที่ผลลัพธ์ด้านยอดอขายเหมือนโฆษณาแบบ Google Shopping นั่นเองค่ะ

ด้วยรูปแบบโฆษณาที่มีรูปสินค้า ดึงดูดให้ลูกค้าคลิกชมมากขึ้น ส่งผลให้สามารถเพิ่มยอดขายได้มากกว่า

โฆษณา Google Shopping ต่างจาก Facebook Ads อย่างไร

ต้องบอกว่าความแตกต่างหลักของโฆษณาในรูปแบบของ Google Shopping กับ Facebook Ads คือ “พื้นที่การแสดงผลโฆษณา” ซึ่งแต่ละแพทฟอร์มก็จะมีพื้นที่การแสดงผลโฆษณาของตนเองที่แตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม ต้องปฎิเสธไม่ได้ว่า เมื่อคนต้องการหาข้อมูล คนยัง “ค้นหา” ใน Google จุดนี้เองที่ทำให้ Google Shopping เข้าถึงคนที่มีความต้องการได้มากกว่าการทำโฆษณาใน Facebook

แต่อย่างไรก็ตามคุณก็สามารถเชื่อมข้อมูลการลงโฆษณาของทั้ง Google และ Facebook เข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธภาพการโฆษณาให้มากที่สุดได้เช่นกันนะคะ – อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเชื่อมข้อมูล Google – Facebook เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาคลิกเลย 

 

7 เหตุผลที่โฆษณา Google Shopping Ads เพิ่มยอดขายให้แบรนด์ออนไลน์

  1. คนไทย 130 ล้านคนยังค้นหาบน Google และ กว่า 9 ล้านคนที่ค้นหาเกี่ยวกับการสั่งซื้อสินค้า และแนวโน้มยังเพิ่มขึ้น -ข้อมูลจาก Google Thailand
  2. Google Shopping ไม่ได้แสดงผลข้อมูลไปแค่คนที่ค้นหาสินค้า แต่ยังเลือกที่จะแสดงผลให้กับคนที่มีแนวโน้มจะสั่งซื้อ
  3. ให้ข้อมูลสินค้าตั้งแต่แรกเห็น และไม่เสียค่าโฆษณา หากลูกค้าไม่คลิก ซึ่งจากสถิติของ LnwX งบประมาณต่อคลิกมีค่าเฉลี่ยเพียง 0.83 บาทเท่านั้น
  4. โฆษณาประเภทนี้มีการอัพเดทข้อมูลของสินค้าถึงลูกค้าแบบ Real Time ทำให้ลูกค้าได้ข้อมูลที่อัพเดทก่อนตัดสินใจคลิก และหากสินค้าหมด โฆษณาก็จะไม่แสดงผล ทำให้เราไม่เสียค่าโฆษณาฟรี
  5. โฆษณาสินค้าประเภทนี้ช่วยให้คุณเพิ่มช่องทางการขายได้กว่า 6 ช่องทางในโฆษณาเดียว
  6. ไม่ใช่แค่แสดงผลเมื่อคนค้นหา แต่ยังทำโฆษณาในรูปแบบของ Retargeting ให้อัตโนมัติ ทำให้คุณสามารถดึงผู้ชมเว็บให้กลับมาซื้อซ้ำได้อีก
  7. เข้าถึงลูกค้าได้ใกล้ชิดกว่าทุกโฆษณา เพราะกระทั่งใน Gmail โฆษณาของ Shopping ก็ยังเข้าไปแสดงผล

 

อยากทำโฆษณา Google Shopping Ads ต้องเตรียมตัวอย่างไร

  1. คุณต้องมีเว็บไซต์ เพื่อให้ Google สามารถติดตามสถานะต่าง ๆ เมื่อมีคนคลิกเข้ามาจากโฆษณาได้
  2. เว็บไซต์นั้นต้องมีมาตรฐาน ลงโฆษณา Google Shopping มีเว็บไซต์แล้ว “ต้องผ่านมาตรฐาน” แล้วมาตรฐานที่ว่ามีอะไรบ้าง
    • ต้องปลอดภัยด้วยการติดตั้ง SSL
    • ต้องรองรับการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์
    • ต้องติด Conversion Tracking
    • ต้องมี Merchant Center , Google Ads Account
  3. ต้องสร้าง Feed สินค้า ซึ่งมีข้อมูลของสินค้าอัพเดทให้ Google ได้รู้ข้อมูล ซึ่งยิ่งอัพเดทได้ Realtime เท่าไหร่ก็ยิ่งจะดีเท่านั้น
  4. ต้องมีบัญชี Google Merchant Center และ Google Ads เพื่อใช้ในการลงโฆษณา

อยากลงโฆษณา Google Shopping แบบนี้ ต้องทำอย่างไร ?
แค่มี 4 ข้อนี้ไง ลงโฆษณา Google Shopping เมื่อไหร่ ก็ผ่านฉลุย !
.
⭕…

Posted by LnwX on Tuesday, November 5, 2019

แค่เตรียมตัวก็เยอะแล้ว ให้ LnwX ช่วยทำโฆษณาสินค้าให้คุณจะดีกว่าไหมคะ ?

  • LnwX ให้คุณมีหน้า Sale Page สำหรับใช้ในการโฆษณาได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องลงทุนจ้างโปรแกรมเมอร์หรือดีไซน์เนอร์มาออกแบบ และพัฒนาเว็บไซต์ให้กับคุณ
  • ไม่ว่าคุณจะขายผ่านช่องทางไหน ก็บอกให้ลูกค้ารู้ได้ด้วยปุ่ม “สั่งซื้อ” ที่พาลูกค้าของคุณไปยังช่องทางการขายที่คุณคุ้นเคย
  • ช่วยเก็บบันทึก และส่งข้อมูลต่าง ๆ ที่ Google อยากรู้ไปให้กับกูเกิ้ล เพื่อให้การประมวลผลของโฆษณาได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  • ไม่ต้องจัดทำ Feed สินค้า หรืออัพเดทฟีดให้กับกูเกิ้ลให้วุ่นวาย เพราะที่ LnwX คุณแค่ลงข้อมูลสินค้า ที่เหลือไม่ว่าจะเป็น Feed ของสินค้า หรือเรื่องเทคนิคอื่น ๆ เราก็ดำเนินการให้
  • เริ่มต้นโฆษณาได้ด้วยงบประมาณเพียง 100 บาท/วัน เท่านั้น!

พร้อมเริ่มต้นลงโฆษณาแล้ว หรือ อยากให้เราติดต่อไปให้ข้อมูลก็คลิกเลย

——————————————-

และทั้งหมดนี้ก็คือข้อมูลที่บอกว่าทำไม โฆษณา ในรูปแบบของ Google Shopping  ถึงเป็นโฆษณาที่เป็นคำตอบเรื่องการเพิ่มยอดขายสินค้าให้กับแบรนด์ต่าง ๆ มากมายนั่นเองค่ะ แต่สำหรับแบรนด์ออนไลน์ไหนที่ยังอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับ Google Shopping เพิ่มเติม เราก็รวบรวมบทความที่เกี่ยวข้องมาไว้ให้ด้านล่างนี้แล้ว หรือจะติดต่อเข้ามาเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับโฆษณาสินค้าของคุณกับทีมที่ปรึกษาของเราที่ 061-464-8748 (วันจันทร์ – ศุกร์ 10:00 – 19:00 น.) หรือ อีเมลมาที่ consultant@LnwX.com พวกเราก็ยินดีให้ข้อมูลกับคุณเสมอค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Please follow and like us:

MeMaytapriya

Just a women who play in e-Commerce and digital playground.